RSS
 

Archive for the ‘ไม่มีหมวดหมู่’ Category

ผอมง่ายๆ แบบไม่ต้องจ่ายตัง

14 ม.ค.

สาวๆคนไหนก็อยากจะให้ตัวเองดูดีกันทั้งนั้น แต่การที่จะได้มาซึ่งความสวยงาม เซ็กซี่อาจต้องแลกด้วยเงินจำนวนมาก สำหรับสาวคนไหนที่อยากสวยแบบผอมเพรียวมั่นใจแบบไม่ต้องจ่ายตังลองนำวิธีนี้ไปปฎิบัตืกันดูค่ะ
รอบเอวที่เกินมานี่แปลว่าอะไร ?

รอบเอวที่มีมากหรือน้อยนั้นเกิดจากปริมาณไขมันในช่องท้อง รอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เซนติเมตร จะเปิดโอกาสให้คนๆ นั้นเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า ที่มาของโรคร้ายนานาชนิด ทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมองอุดตันหรือแตก โรคหัวใจ โรคที่ว่ามาล้วนแต่เป็นตัวการที่คร่าชีวิตและผู้ป่วยจะมีแนวโน้มที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

ต้นเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรม นั่งๆ นอนๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ออกกำลังกาย ทานผักผลไม้น้อยกว่าที่ควร ทานแต่อาหารที่เต็มไปด้วยพลังงานและไขมัน พฤติกรรมที่ว่านี้จึงทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้

เมื่อยิ่งอ้วนน้ำหนักตัวก็ยิ่งมากตามไปด้วย ยิ่งส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากขึ้นไปด้วย

ส่วนการวัดรอบเอวนั้นจะต้องยืนวัดในส่วนที่แคบที่สุดของลำตัวหรือกึ่งกลางระหว่างซี่โครงซี่สุดท้ายกับกระดูกสะโพกด้านหน้า สายจะต้องไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป อย่าลืมว่า ผู้หญิงต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว ส่วนผู้ชายต้องไม่เกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว หากมากเกินกว่าขนาดที่ว่าไปนี้ ควรรีบเร่งคุมน้ำหนักและออกกำลังกายโดยด่วย

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถควบคุมไม่มีรอบเอวพุ่งกระฉูดคือ ต้อง “กินให้เป็น”  คือรู้จักควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะพอดี  เพิ่มอาหารที่เป็นโปรตีน กินผักและผลไม้เยอะ ที่สำคัญคือควรเลี่ยงอาหารมันจัด หวานจัด และเค็มจัด
วิธีหนึ่งที่ทำแล้วได้ผลคืด ยึดมื้อเช้าเป็นหลัก กินอาหารแต่ละมื้อให้พออิ่ม และมื้อเย็นควรเว้นระยะเวลาอาหารให้ห่างจากเวลานอนไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยของร่างกายได้ทำงานอย่างเต็มที่เต็มประสิทธิภาพ
ท้ายที่สุดคือ ควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 วัน ครั้งละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที

เพียงเท่านี่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณก็จะลดลงได้ 5-10% เท่ากับว่าไขมันในช่องท้อง จะหายไปไม่ต่ำกว่า 30% เลยทีเดียว

 

การลดน้ำหนักทำได้ไม่ยากเพียงแค่ต้องมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนัก

03 ม.ค.

สิ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักก็คือการที่เรามีกำลังใจมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักให้ได้  ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดผลดีมากที่สุด  โดยเทคนิคการลดน้ำหนักให้ได้ผลที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำคือ

1.ตั้งความฝันให้กับตัวเองว่าจะต้องมีน้ำหนักที่ลดลงนี้ให้ได้
2.ตั้งความฝันว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมให้ได้
3. ตั้งความฝันว่าเมื่อเจอใครเขาจะต้องทักเราว่าดูดีขึ้นผอมลงให้ได้
4. ตั้งความความฝันถ้าลดน้ำหนักแล้วได้เราต้องดูดีมีสุภาพที่แข็งแรง ฟิตและเฟริ์ม
5. แรงผลักดันอีกอย่างก็คือจะต้องดูดีในสายตาของผู้อื่นแม้ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

สูตรอีกอย่างคือ ง่ายๆแค่ลดแป้ง/หวาน/มัน/เค็ม/ออกกำลังกาย ทุกวัน
1. 05.30 น. – งานบ้านเล็กน้อย/ดื่มน้ำเต้าหู้ 1 แก้ว
2. 06.00 น. – แอโรบิค 45 นาที
3. 08.00 น. – ทานอาเช้าครอบ 5 หมู่จนอิ่ม
4. 12.00 น. – ตำซั่ว/ส้มตำ/ไกย่างไม่ติดหนัง
5. 16.30 น. – น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว หรือกล้วยหอม
6. 17.30 น. – แอโรบิค 45 นาที (ดื่มน้ำใบบัวบก)
6. 21.30 น. – เข้านอน -แต่ต้องขยันดื่มน้ำ/ใจแข็งหากมีใครชวนกินจุบจิบ/ใส่สเตย์ ตลอดวัน/ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสลดอาหารที่ไขมันสูง/ให้รู้ว่ากินเข้าไปเท่า ใหร่ให้ใช้พลังงานออกมาให้หมด แต่ในหนึ่งสัปดาห์ก็ให้รางวัลแก่ตัวเองกินตามใจปรารถนาสักมื้อแค่นี้เอง

 

สวยเพรียวใน 5 ขั้นตอน

29 ธ.ค.

WP วันนี้ขอเสนอเคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับสาวๆที่อยากจะทำให้ตัวเองดูสวยเพรียวโดยที่ไม่ต้องไปวิ้งออกกำลังกายให้เหนื่อย หรือนั่งอดอาหารอีกต่อไป

1. หยุดกินหน้าทีวี

คุณรู้รึเปล่าว่าการนั่งกินอาหารหน้าทีวี จะทำให้คุณสามารถกินเพิ่มได้จากเดิมถึง 40% รวมไปถึงการขับรถและกิจกรรมอื่นๆ อีกเช่นกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ หยุดพฤติกรรมการนั่งกินอาหาหน้าทีวีนั้นซะ

2. กินอาหารที่เผาผลาญไขมัน

การเลือกกินอาหารที่สามารถเผาผลาญไขมันเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ระบบการเผาผลาญของคุณดีขึ้น ซึ่งอาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้แก่ ส้มเกรปฟรุต แอปเปิ้ล น้ำมันมะกอก เมล็ดทานตะวัน กระเทียม บลูเบอร์รี่ และถั่วอัลมอนด์ เป็นตัน

3. รู้ทันก่อนกินสลัด

สาวๆหลายคนอาจคิดว่า “ผักนี่แหละที่ฉันกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วน” แต่รู้ไหมว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะผักบางอย่างที่คุณกินเข้าไปนั้นสามารถเพิ่มแทนที่ลดน้ำหนักให้คุณ !! ฉะนั้นก่อนเลือกกินสลัดก็ควรจะดูก่อนว่าผักที่กินเข้าไปนั้นคืออะไร


4. กินผลไม้วันละ 2 ครั้ง

เนื่องจากในผลไม้จะเต็มไปด้วยน้ำและปราศจากไขมัน คุณจึงควรจะรับประทานผลไม้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเพราะการทานผลไม้จะทำให้คุณทานอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง

5. หยุดนิสัยเสียดายของ

เพราะการเสียดายของจนทำให้คุณต้องทานให้หมด และนี่คือสาเหตุความอ้วนของคุณ ฉะนั้นทางที่ดีควรเลิอกทานอาหารแต่พอดีไม่มากจนเกินไป

 

ท่าเต้นลดหน้าท้อง

28 ธ.ค.

6 ท่าเต้นลดหน้าท้องนี้เป็นท่าทีที่เรียบง่าย สามารถเร่งการเผาผลาญไขมันรอบเอวได้เพียงแค่คุณเร่งจังหวะในการบริหารให้เร็วขึ้นเท่านั้น ท่าเต้นนี้ควรทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 ครั้ง โดยฝึกท่าตามลำดับ ไล่ไปทีละสเต็ปก่อนการบริหารควรวอร์มร่างกายก่อนประมาณ 5 นาที

ท่าเต้นที่ 1 สะบัดสะโพก

ยืนตัวตรงหันปลายเท้าออก ยกส้นเท้าขวาขึ้น ขยับเข่าขวาออกข้างตัวเล็กน้อย เหวี่ยงแขนทั้งสองข้างสะบัดออกไปทางด้านซ้ายของลำตัว เปลี่ยนข้างบริหาร หันมาเขย่งปลายเท้าซ้าย เอนเข่าซ้ายออกข้างลำตัวเล็กน้อยเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างไปด้านขวาเหวี่ยงสลับซ้ายขวา อย่างช้าๆ 5 ครั้ง และเร็วๆ 10 ครั้ง

ช่วงสัดส่วนที่บริหาร : หากบริหารเป็นประจำ จะทำให้ช่วงเอวอ่อน กล้ามเนื้อสะดือตรึงกระชับ


ท่าเต้นที่ 2 รูดผนัง

หันหลังพิงผนัง ปล่อยไหล่ตามสบาย ยื่นปลายเท้าทั้งสองข้างมาข้างหน้าแล้วทรงตัวยืนด้วยปลายเท้า ยกแขนไขว้กันพักไว้ที่อกกดสะโพกแนบผนังเบา ๆ แล้วยกดันกระดูกอุ้งเชิงกรานไปข้างหน้า บริหารแบบนี้ซ้ำกัน 10 ครั้ง

ช่วงสัดส่วนที่บริหาร : ขาแข็งแรง กล้ามเนื้อท้องส่วนกลางกระชับ

Read the rest of this entry »

 

วิธีลดน้ำหนักแบบไหนเหมาะกับวัยคุณ

28 ธ.ค.

เพราะการที่กระยวนการเผาผลาญในร่างกายของคนเรา จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่มากขึ้น ทำให้สาวๆที่เริ่มมีอายุอาจจะมองว่าการลดน้ำหนักจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก วันนี้เราจึงนำวิธีลดน้ำหนักซึ่งเหมาะสำหรับสาวๆ ทุกวัยมาฝากค่ะ
อายุระหว่าง 20-30 ปี

ในวัยนี้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ เพราะในช่วงนี้คุณสามารถที่จะลดน้ำหนักได้มากถึง 3-4 กิโลต่อเดือนเลยทีเดียว โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงอะไรมากมายเลยกับการลดน้ำหนักในช่วงนี้ เพียงแค่คุณรับประทานผลไม้ ก็จะทำให้น้ำหนักของคุณลดได้เร็วยิ่งขึ้น

อายุระหว่าง 30-40 ปี

ในวัยนี้ระบบการเผาผลาญเริ่มจะทำงานช้าลง คุณผู้หญิงจึงไม่ควรจะหักโหมในเรื่องของการลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้ดูแก่เกินวัยได้ เพราะการลดน้ำหนักจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและพลังงาน เป็นผลให้ผิวเหี่ยวย่น มีริ้วรอย คุณผู้หญิงในวัยนี้จึงไม่ควรลดน้ำหนักมากเกิน 2-3 กิโลกรัมต่อเดือน ควรทานผักให้มาก ออกกำลังกาย เป็นประจำและใช้สกินแคร์ควบคู่ไปด้วยจะดีกว่า

อายุระหว่าง 40-50 ปี

ปัญหาหนักของผู้หญิงวัยนี้ก็คือ การที่กล้ามเนื้อหย่อนคล้อย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง การลดน้ำหนักในวัยนี้จึงควรเน้นที่อาหารมื้อแรกของวัน เริ่มจากการลดปริมาณอาหารลงจากปกติ 30% บริโถคน้ำมันจากผัก ปลา และอาหารทะเล ซึ่งให้คุณค่าทางอาหารสูง ไม่ส่งผลต่อน้ำหนักตัว